บทที่ 8 จัดฉาก

“ทำอะไรของเธอ!” จักรวิ่งเข้าไปกระชากเวลาทันทีหลังจากเธอก้าวลงไปในทะเลได้ไม่กี่ก้าว

“ปละ...ปล่อยนะ!” เมื่อหันมาเห็นหน้าจักร เวลาก็กลัวและรังเกียจขึ้นมาจนเริ่มดิ้นให้หลุดจากการแตะต้องตัวจากเขา

“เธอฟังฉันให้ดีนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ” สุดท้ายจักรก็ทนไม่ไหวกับการเห็นผู้หญิงคนหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายเพราะเรื่องของเขาถึงสามครั้งติดๆ แบบนี้

“.....” เวลาหยุดดิ้นมองจักรเพื่อหาคำตอบว่าเขาพูดจริงหรือโกหก แต่เธอยอมรับว่าดีใจที่ได้ยินแบบนี้ แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะเชื่อมัน

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอจริงๆ  มันก็แค่การจัดฉาก” จักรย้ำเตือนอย่างหนักแน่นหวังว่าจะทำให้เธอเชื่อได้

“จัดฉากเหรอ?” เธอทวนถามอย่างไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าจะเชื่อสิ่งที่เขาพูดได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยคำพูดนี้มันก็ทำให้ส่วนหนึ่งของความรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง และมันคงจะดีไม่น้อยหากสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง

“ถ้าไม่เชื่อฉันก็ลองไปถามมาหยาดู มาหยาเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง” จักรเน้นย้ำออกมาอีกครั้งเพื่อหาพยานในคำพูดของเขา

“.....” เวลาคิดตามที่จักรพูด และมันก็ทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าทั้งหมดต้องเป็นฝีมือของไทม์ไทย

“ทีนี้ก็เลิกคิดฆ่าตัวตายได้แล้ว มันไม่ใช่ทางออกที่ดีหรอก” จักรพูดขึ้นเพื่อให้หญิงสาวตรงหน้าหยุดความคิดทำร้ายตัวเองสักที เพราะถ้าเขาและเจ้านายกลับกรุงเทพไปแล้วเธอคิดทำแบบนี้อีก เขาคงรู้สึกผิดและติดค้างกับเธอไปตลอดแน่

“แล้วนายบอกฉันทำไม ไม่กลัวเจ้านายของนายไม่พอใจเหรอ” เวลายังไม่มั่นใจเท่าไหร่จึงถามออกไป เพราะกลัวว่าครั้งนี้จะเป็นแผนของไทม์ไทยทำให้เธอตายใจอีก

“เธอก็อย่าบอกคุณไทม์สิว่ารู้เรื่องนี้แล้ว แล้วที่ฉันบอกก็เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำใครตาย” เขาอธิบายเหตุผลของตัวเองออกไป

“ฉันเชื่อนายได้ใช่ไหม” เธอถามขึ้นอีกครั้งอย่างลังเลและช่างใจ เพราะมันก็เป็นไปได้ที่เขาอาจจะโกหกเธอเพื่อไม่ให้เธอทำร้ายตัวเองหนีเจ้านายเขา

“ถ้าไม่เชื่อฉันก็ลองไปถามมาหยาดู หรือไม่ก็ลองทบทวนตัวเองดูว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธอหรือเปล่า” ก็ไม่แปลกถ้าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่เชื่อ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้บอกไปแล้ว เขาถือว่าตัวเองไม่ติดค้างอะไรกับเธอแล้ว ถ้าเธอยังไม่เชื่อแล้วคิดทำร้ายตัวเองอยู่มันก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

และหลังจากที่เวลาได้รับรู้ว่าร่างกายของเธอยังคงเป็นของเธอมันก็ทำให้ความคิดที่เธอจากหนีปัญหาบ้าๆ นี้หมดไปและพยายามปรับตัวกับปัญหาตรงหน้าแทน

“กรี๊ด!!!” ร่างบางของเวลากรีดร้องออกมาหลังจากเธอนั่งเลือกผักใส่ตะกร้าเพื่อให้คนเอาไปขาย

“เป็นอะไร!” มาหยาที่นั่งสองอยู่ข้างๆ รีบถามขึ้นด้วยความตกใจ

“หนอน! หนอน!” ร่างบางที่เกลียดและกลัวสัตว์เลื้อยคลานเกือบทุกชนิดร้องชี้ไปยังจุดที่เธอเจอนอนด้วยความกลัว

“ก็นี่มันผักปลอดสาร จะเจอนอนมันก็ไม่แปลก” เพราะที่นี่ไม่ใช้สารเคมีอะไรสักอย่างมันก็ต้องมีศัตรูพืชเป็นธรรมดา

“ไม่เอาฉันไม่อยากทำอันนี้แล้ว พี่มีงานอื่นให้ฉันทำไม” เธอไม่ไหวหรอกนะถ้าต้องมานั่งเจอหนอนทุกวันแบบนี้ เธอทั้งเกลียดและกลัวมันมากๆ เลยแหละ

“เรื่องมาก! ไอ้แค่หนอนตัวเท่าเศษเหล็บร้องเหมือนจะเป็นจะตาย!” น้ำเสียงเหน็บแหนมของหญิงสาวรายหนึ่งที่อายุประมาณยี่สิบสามพูดขึ้นอย่างไม่ชอบหน้าเวลา

“ที่นี่ก็ไม่ได้มีงานอะไรมากนักหรอก ก็มีให้ทำเท่าที่เห็นนี่แหละ” มาหยาพูดตามที่เป็นอยู่ เพราะงานบนเกาะก็ไม่ได้มากมายอะไร แค่ที่ทำอยู่ก็พออยู่พอกินกันแล้ว

“ไม่เอาอ่ะ ฉันทำอันนี้ไม่ไหวหรอก” ไม่พูดเปล่าเวลายังลุกออกไปโดยไม่สนใจอะไรเลย

หญิงสาวที่เกิดในครอบครัวร่ำรวยไม่เคยต้องทำอะไรเองแต่ต้องมาทำงานที่ไม่เคยทำ อีกทั้งยังต้องทำงานกับสิ่งที่เธอเกลียดและกลัวแบบนี้มีเหรอที่เธอจะทน มีเหรอที่เธอจะสนใจในสิ่งที่เธอไม่อยากทำ

“คิดว่าเธอมีสิทธิ์เลือกขนาดนั้นเลยเหรอ” เสียงเข้มของไทม์ไทยที่ยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่แรกพูดขึ้นเมื่อเห็นเวลากำลังจะเดินออกไปจนทำให้ร่างบางหยุดชะงักและหันกลับมายังร่างสูงที่เธอพึ่งรู้ว่าอยู่ที่นี่ด้วย

“มี!” ร่างบางตอบกลับอย่างไม่สนใจก่อนจะหมุนตัวเดินต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้นอกจากหนอนแล้วก็ไม่เห็นว่าเธอมีอะไรต้องกลัวเลย ไทม์ไทยเหรอ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเธอไม่จำเป็นต้องกลัวเขาเลยสักนิด

หมับ!

“โอ้ย!” ร่างบางที่ถูกกระชากข้อมือจากด้านหลังอย่างแรงร้องขึ้นพร้อมกับร่างกายที่หมุนกลับมาตามแรงกระชาก

“ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำ!” เสียงเข้มดังขึ้นอย่างดุดัน

“ไม่ทำ! พี่ก็รู้ว่าเวลากลัวพวกนั้นแล้วยังจะให้เวลาไปทำอีกเหรอ!” เวลาเถียงกลับไปอย่างที่ไทม์ไทยเองก็รู้ดี

แต่...

“เธอคิดว่าฉันจะจำเรื่องของเธอได้ขนาดนั้นเลยเหรอ...”

“แล้วต่อให้เธอจะกลัวแค่ไหน ฉันสั่งให้ทำเธอก็ต้องทำ!” ไทม์ไทยพูดขึ้นราวกับจำสิ่งที่หญิงสาวพูดไม่ได้ ทั้งยังสั่งออกมาเสียงเข้มอีกครั้งอย่างไม่คิดปล่อยเธอ

“จำไม่ได้ หรือแกล้งจำไม่ได้กันแน่” เธอเจ็บกับความเย็นชาไร้เยื่อใยนี้ของเขา และเธอไม่มีทางเชื่อหรอกว่าคนเราจะลืมเรื่องของคนคนหนึ่งในชีวิตได้จริงๆ

“อะไรที่ไม่มีความหมายกับชีวิตฉัน ฉันไม่คิดจะจำหรือสนใจ เพราะชีวิตฉันมีคนสำคัญให้จดจำมากมาย” เขาเน้นย้ำบอกเธอเผื่อจะลืม และหวังว่าเธอจะรู้สึกตัวสึกทีว่าตัวเอง ก็แค่ของเก่า

“จำได้หรือจำไม่ได้ก็เรื่องของพี่เถอะ แต่ฉันไม่ทำงานพวกนั้นอีกแล้ว!” ร่างบางปรับอารมณ์ตัวเองเหมือนไม่รู้สึกอะไรก่อนจะตัดบทขึ้นให้เขารู้ว่าเธอเองก็ไม่สนใจสิ่งที่เขาพูด และเธอก็จะไม่ทำในสิ่งที่เธอไม่อยากทำด้วยเช่นกัน

แต่...

หมับ! ไทม์ไทยกระชากเวลาให้เดินตามเขาไปยังทางเดิมที่เธอและเขาพึ่งจะเดินมาเมื่อกี้ และแน่นอนว่ามันเป็นทางไปสวนผักนั่นเอง

ตุบ! ร่างบางถูกเหวี่ยงลงกับพื้นข้างแปลงผักเปล่านั่นอย่างแรงด้วยฝีมือของไทม์ไทยทันที

“ลงเมล็ดผักซะ” ไทม์ไทยสั่งเวลาขึ้นทันที และสิ่งที่เขาจะให้เธอทำก็คือใช้มือลงเมล็ดผักเพื่อปลูกใหม่อีกครั้งหลังจากเก็บผลผลิตไปแล้ว

“.....” เวลาเงยหน้าจ้องมองไทม์ไทยอย่างไม่ยอมแพ้และไม่ยอมทำตามสิ่งที่เขาสั่ง แค่เขาผลักเธอลงพื้นแบบนี้ก็เจ็บมากพอแล้วยังจะมาสั่งเธออีกเหรอ

“จะทำดีๆ ไหมเวลา!” เสียงเข้มถามออกมาอย่างเป็นการข่มขู่

“.....” ร่างบางไม่ตอบก่อนจะหันหน้าหนี แต่ก็ยังไม่ยอมลงมือทำอะไรสักอย่าง

“ได้ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ...”

“ปาเลาะ มานี่!” ไทม์ไทยหันไปเรียกชาวบ้านคนหนึ่งแทนทันที

“ครับ”

“.....” ร่างสูงขยับเข้าไปกระซิบบางอย่างข้างหูของปาเลาะแทนและมันก็ทำให้คนอื่นรวมถึงเวลาไม่ได้ยิน

“ครับ” แล้วปาเลาะก็รับคำก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที ส่วนไทม์ไทยก็ยังเลือกจะยืนเฝ้าเวลาอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน

เวลาเองก็เช่นกัน เธอยังเลือกนั่งอยู่กับที่ไม่ทำตามคำสั่งของไทม์ไทย

จนกระทั่ง...

“ได้แล้วครับนาย” ปาเลาะเดินกลับมาพร้อมกับถังขนาดเล็กในมือและยื่นให้กับไทม์ไทย

ไทม์ไทยรับถังใบนั้นมาก่อนจะเทมันลงไปตรงแปลงผักตรงหน้าของเวลาทันที

และ...

“กรี๊ดด!!!” ร่างบางของเวลากรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจกลัวทันทีก่อนจะรีบขยับตัวเพื่อจะลุกหนี

แต่..

หมับ!

“ฉันสั่งให้ลงเมล็ด!” ไทม์ไทยจับเวลาไว้ได้ทันและสั่งออกไปเสียงเข้ม

“พี่ไทม์ปล่อยเวลา ฮืออ! ปล่อย!” ร่างบางดิ้นพล่านๆ เหมือนถูกน้ำร้อนลวกเพื่อให้หลุดจากการจับกุมจากไทม์ไทย แต่ไม่ว่าจะดิ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งบีบต้นแขนกดเธอไว้แน่นกว่าเดิม

“อย่าให้ฉันต้องกดเธอลงไปนอนทับพวกมันนะเวลา” ไทม์ไทยขู่ออกมาทันที และพวกมันที่เขาหมายถึงก็คือสิ่งที่เขาเทลงไปบนแปลงผักเมื่อกี้ นั่นก็คือไส้เดือนหลายสิบตัวนั่นเอง

“ไม่ ปล่อยเวลา ฮืออ! ปล่อย!” เวลาร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว ปกติเธอก็กลัวและเกลียดพวกมันอยู่แล้ว แต่ยิ่งมาเจอหลายสิบตัวพร้อมๆ กันต่อหน้าใกล้ๆ แบบนี้มันทำให้ร่างบางร้องไห้ออกมาอย่างง่ายดาย อีกทั้งเธอที่พยายามดิ้นออกห่างจากสัตว์พวกนั้นให้มากที่สุด แต่กลับถูกไทม์ไทยดึงไว้แน่น

“จะลงเมล็ดผักดีๆ ไหมเวลา” ไทม์ไทยสั่งคงสั่งออกไปพร้อมกับบังคับร่างบางให้ขยับเข้าหากองสัตว์พวกนั้นมากขึ้น

“ไม่! ไม่ๆๆๆ ฮือออ!!!” เวลาทำได้เพียงใช้มืออีกข้างที่ว่างกอดขาไทม์ไทยไว้แน่นแล้วฝืนตัวเองไว้กับที่เพื่อไม่ให้มันเข้าไปใกล้สัตว์พวกนั้นมากกว่านี้ แค่นี้เธอก็จะช็อกตายอยู่แล้ว ถ้าใครไม่กลัวก็ไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกที่ต้องเห็นและใกล้กับสิ่งที่กลัวมันทำให้หูอื้อตัวสั่นและหายใจติดขัดแค่ไหน

“ถ้าเธอไม่เข้าไปหามัน งั้นฉันจับให้มันเข้าหาเธอเองดีไหม” ไทม์ไทยยังคงสนุกกับการแกล้งและทำให้เวลากลัวไม่เลิก

“เวลากลัว พี่ไทม์อย่าทำแบบนี้ ฮืออ!!!” ร่างบางหลับหูหลับตาร้องไห้กอดขาไทม์ไทยไว้แน่นไม่ปล่อย

“งั้นก็ยื่นมือมา ฉันจะพาเธอออกจากไปตรงนี้” แล้วไทม์ไทยก็เปลี่ยนไป พูดขึ้นด้วยเสียงปกติต่างจากตอนแรก

“ฮืออ!” ร่างบางยื่นมือไปให้ไทม์ไทยเพราะคิดว่าเขาจะกุมมือเธอเดินออกจากตรงนี้เหมือนเมื่อก่อนเวลาที่เธอกลัวอะไร เขาจะกุมมือเธอไว้แน่นแล้วให้เธอซุกหน้าเข้ากับแผงอกแกร่งก่อนจะพาเธอเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย

แต่...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป